วันจันทร์ที่ 17 มิถุนายน พ.ศ. 2556

เหตุผลที่ทำให้ Google/Android อยู่เหนือ Apple/iOS


         
หากพูดถึงจำนวนของผู้ที่ใช้งานระบบปฏิบัติการระหว่างแอนดรอยด์ (Android) ของกูเกิล (Google) และไอโอเอส (iOS) ของแอปเปิล (Apple) แล้ว คงปฏิเสธไม่ได้ว่าจำนวนผู้ใช้แอนดรอยด์นั้นได้แซงหน้า iOS ไปมากแล้ว ชนิดที่เรียกว่าไม่เห็นฝุ่นเลยทีเดียว

          
ล่าสุด ได้มีการเปิดเผยสัดส่วนทางการตลาดในช่วงไตรมาสที่ 3 ของปี 2555 ออกมา พบว่าแอนดรอยด์มีส่วนแบ่งการตลาดที่สูงถึง 72.4% ส่วน iOS นั้นมีส่วนแบ่งเพียง 13.9% เท่านั้น นับว่าเป็นตัวเลขที่ห่างกันไกลมาก ๆ แต่จะมีใครทราบบ้างว่าเพราะเหตุใด กูเกิลถึงแซงหน้าแอปเปิลไปได้ขนาดนั้น นาย Simon Hill จากเว็บไซต์ androidauthority.com จึงได้ทำการวิเคราะห์เรื่องนี้ขึ้นมาให้พวกเราได้อ่านกันเป็นบทความตามด้านล่างนี้ครับ

         
หากพิจารณาในด้านการให้บริการทางด้านออนไลน์และเว็บแล้ว ทางด้านของกูเกิลนั้นมีบริการต่าง ๆ ที่ครบถ้วนและเปี่ยมไปด้วยคุณภาพ ไม่ว่าจะเป็น Gmail, Google Docs (ภายหลังเปลี่ยนชื่อเป็น Google Drive), Google Maps, Google Music, Google+, Youtube หรือ Chrome ซึ่งทั้งหมดนี้ล้วนถูกเชื่อมต่อกันหมดผ่าน Google Account และรวมตัวเข้ากับแอนดรอยด์ ทำให้ผู้ใช้ได้รับความสะดวกสบายในการใช้งาน อีกทั้งยังมีระบบที่มีเสถียรภาพสูง ถึงแม้ผู้ใช้จะไม่ค่อยมีความรู้ด้านเทคโนโลยีก็สามารถใช้งานได้อย่างไร้ปัญหาใด ๆ

         
แต่เมื่อเทียบกับบริการของด้านแอปเปิลแล้ว ทางแอปเปิลมีบริการที่ไม่มีประสิทธิภาพดีเท่าของกูเกิล ไม่ว่าจะเป็น iTunes, iCloud, MobileMe, Facetime หรือ Safari ซึ่งล้วนมีปัญหาและข้อผิดพลาดต่างจากทั้งตัวโปรแกรมและระบบ ที่ทำให้เกิดปัญหากับผู้ใช้อยู่บ่อยครั้ง รวมทั้งบริการแผนที่อย่าง AppleMaps หรือบริการโซเชียลเน็ตเวิร์กอย่าง Ping ที่แอปเปิลพยายามสร้างมาแข่งขันกับคู่แข่ง แต่สุดท้ายก็ล้มเหลวไม่เป็นท่า และจนถึงทุกวันนี้ก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะดีขึ้นแต่อย่างใด จึงเป็นสาเหตุให้เหล่าผู้ใช้สมาร์ทโฟนที่ต้องการใช้บริการเหล่านี้เป็นหลัก เลือกที่จะใช้แอนดรอยด์กันมากกว่า iOS


         
ทีนี้มาลองดูกันในด้านของการออกแบบซอฟต์แวร์บ้าง iOS ได้ถือกำเนิดมาก่อนแอนดรอยด์ โดยมาพร้อมกันกับ iPhone กับ iPod touch ในปี 2007 และได้รับความนิยมอย่างล้นหลาม ส่วนแอนดรอยด์นั้นมาพร้อมกับสมาร์ทโฟนครั้งแรกในปี 2008 โดยในช่วงแรก ๆ นั้นแอนดรอยด์ยังไม่ได้รับความสนใจเท่าที่ควร เนื่องจากยังเป็นระบบใหม่ และยังพัฒนาออกมาได้ไม่ค่อยดีนัก แต่หลังจากนั้นกูเกิลก็พยายามพัฒนาปรับปรุงให้แอนดรอยด์มีประสิทธิภาพมากขึ้นเรื่อย ๆ ต่างกับแอปเปิลที่ไม่ค่อยกระตือรือร้นที่จะพัฒนา iOS สักเท่าไหร่ จากแนวคิดที่ว่า "ถ้ามันไม่ได้มีปัญหาอะไร เราก็ไม่ต้องไปทำอะไรกับมัน" หรือเปรียบเทียบให้เข้าใจง่าย ๆ ก็คือกูเกิลนั้นวิ่งไปข้างหน้าอยู่ตลอด แต่แอปเปิลนั้นคลานอยู่กับที่นั่นเอง ทำให้แอนดรอยด์ในปัจจุบันนั้นมีประสิทธิภาพที่มากยิ่งขึ้นเรื่อย ๆ ทั้งด้านอินเทอร์เฟซและการใช้งาน แต่ iOS กลับคงรูปแบบเดิม ๆ ไม่ค่อยมีการเปลี่ยนแปลงไปสักเท่าไหร่

         
ในส่วนของด้านฮาร์ดแวร์ ทางกูเกิลได้เปรียบกว่าแอปเปิลค่อนข้างมาก เนื่องจากมีบริษัทผลิตอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ต่าง ๆ ผลิตอุปกรณ์ที่ใช้แอนดรอยด์ออกมาหลากหลายยี่ห้อ หลากหลายรุ่น หลากหลายดีไซน์ ต่างกับแอปเปิลที่เป็นผู้ผลิตอุปกรณ์ที่ใช้ iOS แต่เพียงผู้เดียว ซึ่งจากการที่มีอุปกรณ์แอนดรอยด์ออกมาหลากหลายนั้น ส่งผลให้มีโอกาสเจาะกลุ่มเป้าหมายลูกค้าได้มากขึ้น เนื่องจากผู้ใช้แอนดรอยด์มีสิทธิที่จะเลือกซื้ออุปกรณ์รุ่นที่ตัวเองต้องการได้ตามใจชอบ ต่างกับผู้ใช้ iOS ที่มีตัวเลือกเพียงอุปกรณ์ของแอปเปิลที่มีออกมาเพียงไม่กี่รุ่นเท่านั้น

         
อย่างไรก็ตาม ถึงแม้ว่ากูเกิลจะมีส่วนแบ่งการตลาดที่สูงกว่าแอปเปิลอยู่มาก แต่แอปเปิลนั้นมีกำไรสูงมากกว่ากูเกิล เหตุผลนั้นเป็นเพราะว่าทั้งสองบริษัทใช้กลยุทธ์ที่ต่างกัน โดยกูเกิลเน้นการทำส่วนแบ่งการตลาดให้สูง และเน้นเจาะกลุ่มลูกค้าจำนวนมาก ส่วนแอปเปิลไม่ได้เน้นจำนวนลูกค้า แต่มุ่งเน้นการจัดสรรทรรพยากรการลงทุนด้านซอฟต์และแวร์ฮาร์ดแวร์มากกว่า ส่งผลให้สามารถทำกำไรได้มากกว่ากูเกิลที่ไม่ได้ใส่ใจในเรื่องนี้เท่าไหร่นัก

           
นอกจากนี้ ยังมีการพบว่าการเติบโตอย่างรวดเร็วของแอนดรอยด์นั้น ส่วนหนึ่งได้มาจากฐานลูกค้าของ BlackBerry และ Nokia ด้วย เพราะในระยะหลัง ๆ ทั้งสองแบรนด์เริ่มได้รับความนิยมลดลงไปมาก เนื่องจากลูกค้าหันมาใช้แอนดรอยด์กันแทน โดยในตอนนี้ยังเหลือที่ว่างที่เป็นโอกาสให้แอนดรอยด์และ iOS สามารถขยายตลาดได้ออกไปอีก และในอนาคตเมื่อตลาดถึงจุดอิ่มตัวแล้ว นั่นไม่ได้หมายความว่าการเจริญเติบโตของแอนดรอยด์จะหยุดนิ่ง เพราะอาจมีผู้ใช้ iOS เปลี่ยนใจหันมาใช้แอนดรอยด์กันแทนก็เป็นได้ ถึงแม้แอปเปิลจะมีบรรดาสาวกอยู่เหนียวแน่นก็ตาม แต่ถ้าหากแอปเปิลยังคงคลานอยู่กับที่ ในขณะที่กูเกิลนั้นพยายามวิ่งเร็วต่อไปเรื่อย ๆ ก็อาจทำให้เหล่าสาวกเกิดอาการไขว้เขวได้เหมือนกัน...

ขอขอบคุณข้อมูลจากกระปุกดอทคอม
ขอขอบคุณภาพประกอบจาก androidauthority.com

วันอังคารที่ 19 มีนาคม พ.ศ. 2556

The Conduit HD Android Game Review



One of the best first person shooter games over at the Wii platform has just made its way to the Android system. The Conduit HD is a port of High Voltage Software’s Wii-exclusive game and is now redesigned for touch based controls as well as having improved HD graphics. It is also optimized for NVIDIA Tegra 3 quad-core devices.

The Conduit HD can now be downloaded over at Google Play for free. While it may be free it only applies to the first two levels after which you will have to pay $4.99 for the full game or $2.99 for each half of the game. You will need a device running on at least Android 2.3 as well as a storage space of 849 MB. According to Kerry Ganofsky, High Voltage CEO and Founder, “Our goal with The Conduit was to bring a hardcore game experience to a ‘casual’ market. I believe we’ve reached that goal again with The Conduit HD.”
The game which was first released in 2009 for the Wii platform has not shown any signs of aging at all since the developers tweaked it to look even better than its console version.
The game starts out in Washington D.C. where an alien invasion is occurring. You get to play the character of a Secret Service agent named Michael Ford who is recruited by a mysterious organization called The Trust. You will be provided with all the high tech weaponry to face off against the aliens.
Some of the game features include
Stunning graphics
Terrifying enemies
Shadowy conspiracies
Intense weapons
Unseen dangers
Unparalleled customization
Controller support
Top voice talent
Killer tunes
The graphics of this game is top notch. It even looks better if your device is based on the NVIDIA Tegra 3 platform. You can easily customize the controls in the game and can even use a Bluetooth controller.
The mobile version of this title is definitely superior to its console version. The price alone which is only $4.99 for the full game is much lower than the $50 price tag of the console version 4 years ago.
If you are looking for an action packed first person shooter game and have a high end device then you might want to check this title out.


  Rede More Google Play >>The Conduit HD



Benji Bananas Android Game Review



There’s a new addictive game that swinging its way to the top of the charts in Google Play. Benji Bananas by Fingersoft is currently the second top free app for the Android platform just behind the Facebook app. The game is a physics based adventure title that lets you control a monkey called Benji as you swing across the level to collect bananas.


Benji Bananas can be downloaded for free right now over at Google Play. You will need a device running on at least Android 2.2 as well as a storage space of 18 MB. It would be best to install this game in devices with large displays to have the best gaming experience possible.
The game is easy to play yet highly addictive. Since it is an infinite swinger you’ll spend countless hours trying to aim for the best record.
The controls are quite simple but you’ll have to make sure to time your executions well. You just tap on the screen to swing from rope to rope. The longer you press on the screen the farther away you will swing while a quick tap allows you to swing for a short distance. You will need to master the timing well to figure out in advance where you are going to land so you can get the most bananas.
In terms of graphics the game is rendered beautifully and everything flows smoothly.
Some of the game features include
Beautiful cartoon & hand drawn like graphics
Fun physics based gameplay (swing a monkey along ropes to get forward)
Make your run through various landscapes (temple ruins, waterfalls and jungles)
Collect fruits like bananas and chilis to gain more upgrades
Unlock special powers such as a jetpack, chili speed boost and eagle ride

  


 More Google Play >>Benji Bananas